เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557 เว็บไซต์เทเลกราฟของอังกฤษ เปิดเผยคลิปวิดีโอ โซลาร์แฟลร์ หรือการลุกจ้าของดวงอาทิตย์ครั้งใหญ่ ที่ยานไอริส (IRIS) ของนาซาบันทึกได้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นมวลสุริยะขนาดมหึมา ที่พุ่งออกมาจากพื้นผิวดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วสูงราว 1.5 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยขนาดของพายุสุริยะระลอกนี้ เมื่อเทียบกับโลกแล้วก็น่าจะใหญ่กว่าโลกราว 5 เท่าเลยทีเดียว

ที่มา : http://www.kapook.com/
____________________
เครดิต :
________________________________
อ้างอิง :
________________________________
ดาราศาสตร์ - ชั้นบรรยากาศรอบนอกสุดของดวงอาทิตย์ที่เรียกว่า “คอโรนา” (corona) นั้นมีอุณหภูมิสูงราว 2 ล้านองศาเซลเซียส ในขณะที่พื้นผิวของดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิเพียง 6,000 องศาเซลเซียสเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ฉงนมาเป็นเวลานานแล้วว่าเหตุใดชั้นบรรยากาศที่อยู่ห่างแกนกลางดวงอาทิตย์ถึงได้ร้อนกว่าชั้นพื้นผิวที่อยู่ใกล้กับแกนกลาง
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออสโลเชื่อว่า การค้นพบล่าสุดของพวกเขาอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้พวกเขาเสนอทฤษฎีว่า ทอร์นาโดขนาดยักษ์เป็นตัวการที่ทำให้คอโรนาร้อนนรกแตกถึงล้านองศาเซลเซียสอยู่ตลอดเวลา
ข้อสรุปของพวกเขาได้มาจากการศึกษาข้อมูลภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง เช่น กล้องโทรทรรศน์อวกาศโซลาร์ไดนามิกส์ (Solar Dynamics Observatory:SDO) ของนาซาและกล้องโทรทรรศน์สวีดิชโซลาร์ (Swedish Solar Telescope: SST) บนหมู่เกาะคะแนรี ซึ่งแสดงให้เห็นทอร์นาโดหลายลูกกำลังพุ่งขึ้นจากชั้นพื้นผิวไปสู่ชั้นบรรยากาศ การสังเกตการณ์ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2011 เพียงวันเดียวก็ตรวจพบทอร์นาโดยักษ์ถึง 14 ลูก
ทอร์นาโดบนดวงอาทิตย์ประกอบด้วยพลาสมาร้อนจัดและสนามแม่เหล็กเข้มข้น หมุนด้วยความเร็วเกือบ 300,000 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีความกว้างเฉลี่ย 5,500 กิโลเมตร และสูง 3,000 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าทุกๆชั่วขณะจะต้องมีทอร์นาโดอย่างต่ำ 11,000 ลูกพัดผ่านพื้นผิวดวงอาทิตย์ พลาสมาร้อนในทอร์นาโดไม่ใช่คำตอบโดยตรงของปริศนาในคอโรนา เมื่อพลาสมาถูกดึงขึ้นไปด้านบน มันจะเย็นลงและร่วงไหลกลับลงมาที่พื้นผิว การไหลของพลาสมาในสนามแม่เหล็กจะก่อให้เกิดคลื่นแม่เหล็กที่หมุนวนขึ้นไปสู่คอโรนา คลื่นแม่เหล็กนี้เองที่สร้างแรงดันอัดให้แก๊สในคอโรนาร้อนถึงหลักล้านองศา นักฟิสิกส์ โรเบอร์ตุส เออร์เดลยี จากมหาวิทยาลัย เชฟฟีลด์กล่าวว่า “หากเราเข้าใจพลวัตตามธรรมชาติของพลาสมาร้อนในสนามแม่เหล็กมากขึ้น มันอาจจะนำไปสู่การประยุกต์สร้างแหล่งพลังงานที่สะอาดและมีราคาถูกในอนาคต”
นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่า การก่อตัวของทอร์นาโดบนพื้นผิวดวงอาทิตย์แบ่งออกได้เป็น 3 ขั้น
1. พลาสมาร้อนกับสนามแม่เหล็กหมุนวนขึ้นจากพื้นผิวดวงอาทิตย์
2. พลาสมาไหลขึ้นตามเส้นทางของเส้นสนามแม่เหล็กเกิดเป็นทอร์นาโดยักษ์
3. คลื่นแม่เหล็กก่อตัวขึ้นในทอร์นาโดและดึงเอาพลังงานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน พลังงานของคลื่นแม่เหล็กจะเปลี่ยนกลับไปเป็นความร้อนที่คอโรนา
กล้องโทรทรรศน์อวกาศโซลาร์ไดนามิกส์ เป็นยานสำรวจอวกาศของนาซาที่ปล่อยขึ้นสู่อวกาศ ตั้งแต่ปี 2010 มีภารกิจสำรวจดวงอาทิตย์เป็นระยะเวลา 5 ปีด้วย จุดประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์ต่อโลกของเรา
กล้องโทรทรรศน์สวีดิชโซลาร์ เป็นกล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสงที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป สร้างด้วยเงินทุนจากราชบัณฑิตยสภาทางวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (Royal Swedish Academy of Sciences) และด้วยเทคโนโลยีเลนส์รับแสงชั้นเลิศ ภาพถ่ายความละเอียดสูงของดวงอาทิตย์ที่ถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์สวีดิชโซลาร์จึงมีคุณภาพสูงสุด
ที่มา : http://kidsnews.bectero.com/
____________________
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออสโลเชื่อว่า การค้นพบล่าสุดของพวกเขาอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้พวกเขาเสนอทฤษฎีว่า ทอร์นาโดขนาดยักษ์เป็นตัวการที่ทำให้คอโรนาร้อนนรกแตกถึงล้านองศาเซลเซียสอยู่ตลอดเวลา
ข้อสรุปของพวกเขาได้มาจากการศึกษาข้อมูลภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์หลายแห่ง เช่น กล้องโทรทรรศน์อวกาศโซลาร์ไดนามิกส์ (Solar Dynamics Observatory:SDO) ของนาซาและกล้องโทรทรรศน์สวีดิชโซลาร์ (Swedish Solar Telescope: SST) บนหมู่เกาะคะแนรี ซึ่งแสดงให้เห็นทอร์นาโดหลายลูกกำลังพุ่งขึ้นจากชั้นพื้นผิวไปสู่ชั้นบรรยากาศ การสังเกตการณ์ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2011 เพียงวันเดียวก็ตรวจพบทอร์นาโดยักษ์ถึง 14 ลูก
ทอร์นาโดบนดวงอาทิตย์ประกอบด้วยพลาสมาร้อนจัดและสนามแม่เหล็กเข้มข้น หมุนด้วยความเร็วเกือบ 300,000 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีความกว้างเฉลี่ย 5,500 กิโลเมตร และสูง 3,000 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าทุกๆชั่วขณะจะต้องมีทอร์นาโดอย่างต่ำ 11,000 ลูกพัดผ่านพื้นผิวดวงอาทิตย์ พลาสมาร้อนในทอร์นาโดไม่ใช่คำตอบโดยตรงของปริศนาในคอโรนา เมื่อพลาสมาถูกดึงขึ้นไปด้านบน มันจะเย็นลงและร่วงไหลกลับลงมาที่พื้นผิว การไหลของพลาสมาในสนามแม่เหล็กจะก่อให้เกิดคลื่นแม่เหล็กที่หมุนวนขึ้นไปสู่คอโรนา คลื่นแม่เหล็กนี้เองที่สร้างแรงดันอัดให้แก๊สในคอโรนาร้อนถึงหลักล้านองศา นักฟิสิกส์ โรเบอร์ตุส เออร์เดลยี จากมหาวิทยาลัย เชฟฟีลด์กล่าวว่า “หากเราเข้าใจพลวัตตามธรรมชาติของพลาสมาร้อนในสนามแม่เหล็กมากขึ้น มันอาจจะนำไปสู่การประยุกต์สร้างแหล่งพลังงานที่สะอาดและมีราคาถูกในอนาคต”
ทอร์นาโดบนดวงอาทิตย์ เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่า การก่อตัวของทอร์นาโดบนพื้นผิวดวงอาทิตย์แบ่งออกได้เป็น 3 ขั้น
1. พลาสมาร้อนกับสนามแม่เหล็กหมุนวนขึ้นจากพื้นผิวดวงอาทิตย์
2. พลาสมาไหลขึ้นตามเส้นทางของเส้นสนามแม่เหล็กเกิดเป็นทอร์นาโดยักษ์
3. คลื่นแม่เหล็กก่อตัวขึ้นในทอร์นาโดและดึงเอาพลังงานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน พลังงานของคลื่นแม่เหล็กจะเปลี่ยนกลับไปเป็นความร้อนที่คอโรนา
กล่องเครื่องมือ
กล้องโทรทรรศน์อวกาศโซลาร์ไดนามิกส์ เป็นยานสำรวจอวกาศของนาซาที่ปล่อยขึ้นสู่อวกาศ ตั้งแต่ปี 2010 มีภารกิจสำรวจดวงอาทิตย์เป็นระยะเวลา 5 ปีด้วย จุดประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์ต่อโลกของเรา
กล้องโทรทรรศน์สวีดิชโซลาร์ เป็นกล้องโทรทรรศน์แบบหักเหแสงที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป สร้างด้วยเงินทุนจากราชบัณฑิตยสภาทางวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (Royal Swedish Academy of Sciences) และด้วยเทคโนโลยีเลนส์รับแสงชั้นเลิศ ภาพถ่ายความละเอียดสูงของดวงอาทิตย์ที่ถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์สวีดิชโซลาร์จึงมีคุณภาพสูงสุด
ที่มา : http://kidsnews.bectero.com/
____________________
ภาพยานอวกาศยักษ์ ที่บันทึกโดยกล้องของ NASA ที่เปิดออนไลน์ ให้ชมกันเป็นเวลาหลายปี ช่วงหลังๆนี้ อยากที่เคบบอกไว้
สำนักข่าวต่างประเทศของจีน รายงานว่า ชายชาวจีนคนหนึ่งอ้างว่าสามารถจับตัวเอเลี่ยนได้ และนำมาแช่แข็งไว้นานกว่า 3 เดือนแล้ว
ทั้งนี้นายหลีเล่าว่า เมื่อราว 3 เดือนที่แล้วเขาพบUFO 5 ลำบินอยู่เหนือแม่น้ำเหลือง ก่อนที่ 1 ใน UFO จะเกิดอุบัติเหตุและตกลงมา ทำให้เอเลี่ยนตัวหนึ่งโดนกับดักไฟฟ้าที่เขาสร้างเอาไว้เพื่อจับกระต่าย เขาจึงนำตัวเอเลี่ยนนี้กลับบ้านและแช่แข็งเอาไว้โลงเย็น ก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่จากเมืองปินโจว มณฑลซานตงที่เขาอาศัยอยู่มาพิสูจน์
อย่างไรก็ตาม ตำรวจจากเมืองปินโจว กล่าวว่า เอเลี่ยนตัวนี้เป็นของปลอม มันทำมาจากยาง และเมื่อภาพเอเลี่ยนนี้ถูกแพร่ออกไป ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตก็ต่างวิจารณ์ไปในทิศทางเดียวกัน ว่าเอเลี่ยนเป็นตัวปลอม
ที่มา : MThai News
____________________
นักวิทย์ฯ พบไวรัสชนิดใหม่ ที่ไม่เคยปรากฏบนโลกมาก่อน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าไวรัสทั่วไปถึง 10 เท่า และมีสัดส่วนยีนส์เพียง 6% ที่ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตก่อนกำเนิดโลก มันถูกเรียกว่า ” Pandoravirus “
นักวิจัยฝรั่งเศสเชื่อว่าไวรัสยักษ์นี้ มีชีวิตหลุดรอดมาจากช่วงโบราณกาล หรือไม่มันก็มาจากดาวอื่นๆ เช่น ดาวอังคาร
Aix-Marseille นักสำรวจแห่งมหาวิทยาลัยทางชีววิทยา ร่วมด้วย Jean-Michel Claverie และ Chantal Abergel ผู้ช่วยนักสำรวจ กล่าวถึงการค้นพบไวรัสยักษ์นี้ ในบริเวณน่านน้ำชายฝั่งออสเตรเลียและตอนกลางของชิลี
” ไวรัสทั่วไปมีขนาดอยู่ราว 10 – 50 นาโนเมตร แต่เจ้านี่มีขนาดเป็นไมโครเมตร (1,000 นาโนเมตร = 1 ไมโครเมตร ) มันมียีนส์อยู่ราวๆ 2,500 ยีนส์ และกว่า 2,300 รูปแบบ
เป็นยีนส์ที่ค้นพบใหม่ทางชีววิทยา มันจึงแตกต่างจากไวรัสที่เราเคยรู้จัก และเราเชื่อว่ามันจะสามารถเปิดเผยประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญของต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิตบนโลกได้ “ ดอกเตอร์ Claverie อธิบาย
Megavirus ที่ว่าใหญ่แล้วขนาด 440 นาโนเมตร ที่พบก่อนหน้านี้ เทียบไม่ได้กับไวรัสยักษ์เลย
และหากมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากนอกโลกแล้ว การมีอยู่ของมันยังสามารถอธิบายรูปแบบการดำรงชีพ และต่อยอดไปถึงการพัฒนาเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยหากมาจากนอกโลก คาดว่ามันจะตกมาพร้อมอุกกาบาตในช่วงใดช่วงหนึ่งของโลกยุคบรรพกาลนั่นเอง!!
Pandoravirus !!
- ค้นพบยีนส์ชนิดใหม่ ในทำเนียบชีววิทยา
- ไวรัสยักษ์ จะนำไปสู่กุญแจสำคัญของกำเนิดสิ่งมีชีวิตบนโลก
- อธิบายถึงกลยุทธ์การมีชีวิตรอด ทางธรรมชาติจากโบราณกาลของสิ่งมีชีวิต
- หากมาจากดาวอื่น จะช่วยในเรื่องการค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก
หรือต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร (เอเลี่ยน?)
- ไม่สามารถอาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้
ที่มา : http://tech.mthai.com/gadget/30444.html
____________________
นายกเทศมนตรีร้องขอให้นักวิทยาศาสตร์ช่วยตรวจสอบศพ ที่เขาเชื่อว่าน่าจะเป็นศพ “เอเลี่ยน” มนุษย์ต่างดาว ที่คนงานขุดพบในสุสานแห่งหนึ่งในประเทศโครเอเชีย
ซากศพอ่อนนุ่มนิ่ม สภาพม้วนกลม มีปากคล้ายจะงอยปากนกอยู่ตรงกลาง ส่วนที่สองเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของหัวใจ คนงานแผนกทำสวนของเทศบาลขุดพบ ขณะบุกเบิกขยายขนาดสุสานท้องถิ่นเมืองเมดจิเมิร์จ ให้กว้างขวางเพียงพอรองรับจำนวนศพที่นำมาฝัง
“พอเห็นศพประหลาดโผล่จากใต้พื้นดินผ่อหน้าขึ้นมามอง พวกเราต่างก็ตกใจหวาดกลัวจนอกสั่นขวัญผวา” คนสวนคนหนึ่งเล่า “น่าแปลกใจสุดๆคือกลิ่น...กลิ่นซากศพล้วนเหม็นหืนชวนอาเจียน ไม่น่าอภิรมย์ แต่นี่หอมกรุ่นยังก๊ะกลิ่นครีมที่ใช้ทาหลังโกนหนวดหรือกลิ่นน้ำหอม”
นายกเทศมนตรี อีวาน สเตฟิช ได้ขอให้นักวิทยาศาสตร์ช่วยดูว่าใช่มนุษย์ต่างดาวหรือไม่
แต่เอ...นักวิทยาศาสตร์รู้รึเคยเห็นเหรอจ๊ะ ...ว่ามนุษย์ต่างดาวตัวจริงเป็นฉันใด?
ที่มา : http://www.thairath.co.th/column/oversea/joke/364582
____________________
เครดิต :
________________________________
อ้างอิง :
________________________________
ความคิดของผู้เชี่ยวชาญ: โลกเราพร้อมสำหรับมนุษย์ต่างดาวแล้วหรือยัง
Gabriel De la Torre นักประสาทจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับมนุษย์ ประจำประเทศสเปนได้ให้ความเห็นผ่านผลงานการเขียนของเขาว่าวงการวิทยาศาสตร์เห็นด้วยที่ในอีก 50 ถึง 100 ปีข้างหน้า
เราอาจจะมีโอกาสพบกับมนุษย์ต่างดาวตัวจริง ทว่าก่อนที่พวกเราจะพบ มนุษย์จะต้องฉลาดขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเสียก่อน
เพราะเราไม่รู้ว่าหลังจากที่พบแล้วจะมีผลลัพธ์ตามมาหรือเปล่า ทั้งทางด้านสังคม ปัญญาและชีววิทยา ซึ่งในปัจจุบันอาจจะมีเพียงปัญญาระดับนักวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่จะรับมือในการพบกันระหว่างมนุษย์และมนุษย์ต่างดาวได้ เหตุผลเพราะพวกเขา(เอเลี่ยน)น่าจะมีเทคโนโลยีที่ดีกว่าโลกในตอนนี้มาก









